ครีมรักษาสิว : วิธีรักษาสิวอักเสบด้วยตนเอง ขั้นตอนง่าย ๆ ในการกำจัดสิวอย่างได้ผล

ครีมรักษาสิว : วิธีรักษาสิวอักเสบด้วยตนเอง ขั้นตอนง่าย ๆ ในการกำจัดสิวอย่างได้ผล “สิว” ถือเป็นอีกหนึ่งปัญหา ที่จะเรียกได้ว่าเป็นปัญหาใหญ่เลยก็ว่าได้ ยิ่งสำหรับวัยรุ่น วัยหนุ่ม วัยสาว ไม่ว่าจะเป็นมากหรือเป็นน้อย เป็นทีละเม็ดสองเม็ดหรือเป็นทั้งหน้า ก็คงไม่มีใครอยากเป็น เพราะนอกจากไม่น่ามองแล้วยังทำให้เสียความมั่นใจได้ไม่น้อย โดยเฉพาะการเป็นสิวบริเวณใบหน้า ซึ่งจากสิวหลาย ๆ ชนิด “สิวอักเสบ” ถือว่าเป็นชนิดที่รุนแรงอยู่ไม่น้อยเลย หากเป็นแล้วไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะมันอาจจะบวมแดง ทำให้ปวด มีหนอง ฯลฯ ดันนั้นเราจึงมีวิธีรักษาสิวอักเสบด้วยตัวเองมาฝากกัน

ก่อนที่จะพูดถึงการรักษาสิวอักเสบ และวิธีรักษาสิวอักเสบด้วยตัวเอง เรามาทำความรู้จักกันก่อนดีกว่า ว่าสิวอักเสบมันมีที่มาที่ไปอย่างไร ซึ่งสิวอักเสบจะวิวัฒนาการมาจากสิวอุดตัน โดยปกติเป็นสิวอุดตันจะดูธรรมดา เพราะคนส่วนใหญ่ก็มีกันอยู่แล้ว จะมีมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับผิวของแต่ละคน แต่พอมันเกิดการติดเชื้อ Propionibacterium acne หรือ P.acne (พีแอกเน่) ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรีย จะทำให้เกิดปัญหาใหญ่ตามมา จากสิวอุดตันเม็ดเล็ก ๆ ก็จะเริ่มดันตัวให้นูนขึ้นเป็นตุ่มแดงหรือเป็นหัวหนอง ในบางรายอาจจะมีอาการบวมและปวด พอยุบตัวลงยังทิ้งรองรอยเอาไว้บนผิวของเราได้อีก ซึ่งสิวอักเสบถูกแบ่งประเภทออกตามลักษณะของมัน ที่ทำให้การรักษาสิวอักเสบแต่ละชนิด หรือการใช้วิธีรักษาสิวอักเสบด้วยตัวเองยากง่ายแตกต่างกัน โดยจะมีสิวอักเสบอยู่ 4 ประเภทดังนี้

– สิวอักเสบที่เป็นตุ่มนูนและแดง สาเหตุเกิดจากสิวที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวและสิวอุดตัน รักษาได้ง่ายโดยสามารถใช้วิธีรักษาสิวด้วยตัวเอง อย่างการทาครีมแต้มสิวก่อนนอน ตื่นเช้ามาสิวก็ยุบหรือแห้ง

– สิวอักเสบที่เป็นหัวหนอง จะมีอยู่ 2 แบบ คือ แบบตื้น ลักษณะของสิวจะเป็นหนองเกาะอยู่บนผิว ไม่เจ็บ รักษาง่ายโดยใช้วิธีรักษาสิวอักเสบด้วยตัวเองก็ได้ และสิวหัวหนองแบบลึก การรักษาจะใช้เวลานานและรักษายากกว่า มีอาการเจ็บ ซึ่งมันพัฒนาตัวมาจากหัวหนองแบบตื้น ที่ไม่ได้รับการรักษาตั้งแต่แรก ดังนั้นหากเป็นแล้วต้องรีบรักษาก่อนที่มันจะลุกลามมากกว่าเดิม เพราะนอกจากจะทำให้การรักษาสิวอักเสบชนิดนี้ยากขึ้น จนใช้วิธีรักษาสิวอักเสบด้วยตัวเอง ไม่ได้แล้ว ผลลัพธ์ที่จะตามมาอีกอย่างหนึ่งนั้นก็คือ ร่องรอยที่ไม่น่ามอง

– สิวอักเสบชนิดเป็นตุ่มแดงก้อนลึก ลักษณะภายนอกของมันจะเหมือน ๆ กับสิวอักเสบที่เป็นตุ่มนูนแดง แต่จะมีขนาดใหญ่กว่าและแข็ง ลองกดดูจะรู้สึกได้เลยว่ามันเป็นก้อนลึกลงไปในผิว ซึ่งกว่ามันจะยุบตัวลงก็ต้องใช้เวลานาน ไม่ควรกดเพราะจะยิ่งทำให้สิวมันเห่อขึ้นกว่าเก่า หากรักษาดี ๆ จะไม่ทิ้งรอยแผลเป็นไว้บนผิว

– สิวอักเสบแบบที่เป็นถุงใต้ผิว เป็นชนิดที่ไม่ควรใช้วิธีรักษาสิวอักเสบด้วยตัวเอง เมื่อเป็นควรรีบไปหาหมอให้เร็วที่สุด เพราะเป็นสิวอักเสบที่มีความรุนแรงมากที่สุด โดยลักษณะของมันจะเป็นถุงขนาดใหญ่ ไม่จำกัดรูปร่าง บางรายอาจจะเป็นตุ่มแดง หรือเป็นถุงที่มีน้ำหนองอยู่ภายใน โดยจะรวมตัวกันอยู่เป็นก้อนใหญ่ ซึ่งการรักษาสิวอักเสบชนิดนี้ ต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปและใจเย็น ไม่ควรทำอะไรกับใบหน้าเด็ดขาดโดยเฉพาะการแต่งหน้า หรือการพยายามใช้วิธีรักษาสิวอักเสบด้วยตัวเอง และต้องทำใจว่าหลังจากสิวหายอาจจะได้แผลเป็นแถมมาด้วย

วิธีรักษาสิวอักเสบด้วยตัวเอง 5 ขั้นตอนง่าย ๆ ที่ใช้ได้ผลจริง ในการรักษาสิวอักเสบโดยไม่ทิ้งร่องรอยไว้บนใบหน้าให้เสียความมั่นใจ

ขั้นตอนแรก งดการแกะหรือเกาบริเวณที่เป็นสิวอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้การอักเสบลุกลามยิ่งขึ้นกว่าเดิม หรือทำให้สิวเห่อมากขึ้น ทำให้อาการอักเสบรุนแรงขึ้น จนใช้การรักษาสิวด้วยตัวเองไม่ได้

ขั้นตอนที่ 2 อย่าบีบสิว หลายคนเวลาที่สิวขึ้นมักจะอยู่ไม่สุข ชอบที่จะบีบให้หัวมันออกมา แต่เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะมือของเราอาจจะไม่สะอาด และทำให้ติดเชื้อได้ การบีบสิวอาจจะทำให้เกิดแผลเป็น หรือรอยดำ รอยแดงขึ้นบนผิว

ขั้นตอนที่ 3 ล้างทำความสะอาดผิวหน้าด้วยผลิตภัณฑ์สำหรับผิวเป็นสิวโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะใช้ครีมหรือโฟมล้างหน้า ควรเลือกชนิดที่มีส่วนผสมของ “ไตรโคซาน” เพราะมันจะช่วยในการรักษาอาการอักเสบของสิวได้ดี โดยใช้ล้างทำความสะอาดผิวหน้าทั้งเช้าและเย็น และช่วงที่กำลังเป็นสิวควรล้างหน้าระหว่างวันด้วยอีกรอบ

ขั้นตอนที่ 4 ใช้ยาแต้มหรือยาทาสิว การใช้ยาทาสิวจะช่วยให้สิวยุบตัวเร็วขึ้น นอกจากนั้นยังสามารถรับประทานยาร่วมได้ แต่ควรสอบถามและขอคำแนะนำยาที่เหมาะกับสิวที่กำลังเป็นจากเภสัชกร

ขั้นตอนที่ 5 ในกรณีสิวอักเสบขั้นรุนแรง อย่างสิวอักเสบชนิดเป็นถุงใต้ผิว ที่ได้กล่าวไปแล้วว่าไม่เหมาะที่จะใช้วิธีรักษาสิวอักเสบด้วยตัวเอง ต้องรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วน ก่อนที่อาการอักเสบจะลุกลามมากจนรักษายาก โดยสังเกตง่าย ๆ ว่า หากมีการอักเสบเกิดขึ้นลุกลามต่อเนื่อง และไม่มีทีท่าว่ามันจะหยุดลุกลามใน 72 ชั่วโมง ให้สงสัยได้เลยว่าอาจจะเกิดการติดเชื้อเข้าแล้ว และต้องไปหาหมอทันที อย่าลืมเอายาที่ใช้อยู่ไปด้วย เพราะอาจจะเกิดจากการแพ้ยาที่กำลังใช้ก็เป็นได้

Comments are closed.